EBS672 Internet Marketing

Wareerat Pongsammana no.507932

เทคโนโลยีไบโอแมทริกซ์ สิงหาคม 26, 2008

 

ดร. เศรษฐพงค์  มะลิสุวรรณ
Email: settapong_m@hotmail.com

     ไบโอแมทริกซ์ (BIOMETRICS) เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีทางด้านชีวภาพกับเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์และสื่อสารโทรคมนาคมเข้าด้วยกัน ซึ่งใช้ลักษณะทางกายภาพของมนุษย์ เพื่อระบุลักษณะเฉพาะของบุคคล  ซึ่งในทางการแพทย์ วิธีตรวจสอบความเป็นบุคคลมีวิธีการตรวจสอบได้หลายวิธี โดยวิธีที่เป็นที่นิยมได้แก่

• การตรวจหาความถี่ของคลื่นเสียงของบุคคล ซึ่งในแต่ละบุคคลจะมีความถี่ของคลื่นเสียงไม่เท่ากัน และไม่สามารถปลอมแปลงได้ ทำให้เราสามารถบ่งบอกตัวบุคคลได้
• การตรวจสอบลายมือและน้ำหนักมือในการเขียน ซึ่งวิธีนี้บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช้เจ้าของลายมือ อาจจะปลอมแปลงได้ จึงมีความน่าเชื่อถือน้อย
• การตรวจสอบลายนิ้วมือ ซึ่งลายนิ้วมือในบุคคล บุคคลหนึ่งนั้นจะมีความเฉพาะตัว และไม่เหมือนกัน ปลอมแปลงได้ยาก จึงมีความน่าเชื่อถือสูง
• การตรวจสอบโครงหน้า วิธีนี้ก็อาจเป็นไปได้ว่าบุคคลบางคนอาจมีลักษณะใบหน้าคล้ายคลึงกัน หรือเหมือนกันได้ จึงมีความน่าเชื่อถือน้อย
• การตรวจสอบเรตินาของดวงตา (Retina) ตรวจสอบโดยอาศัยลักษณะที่ไม่เหมือนกันของเรตินาภายในแก้วตาของบุคคล โดยในแต่ละบุคคลจะมีลักษณะลวดลายภายในเรตินาไม่เหมือนกัน แม้แต่จะเป็นฝาแฝดกันก็ตาม การตรวจสอบโดยวิธีนี้จึงให้ความน่าเชื่อถือสูงมาก แต่ไม่ไม่สะดวกในการใช้งาน
• การตรวจสอบ DNA เป็นการตรวจสอบลึกลงไปในระดับโมเลกุลของโครงสร้างของมนุษย์ ซึ่งในบุคคลแต่ละคนจะมีโครงสร้างของ DNA ไม่เหมือนกัน ซึ่งมีความน่าเชื่อถือมาก แต่เป็นวิธีการตรวจสอบที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายทั้งทางด้านเครื่องมือ น้ำยา และค่าตรวจหา แพงมากในปัจจุบันจึงยังไม่เป็นที่นิยมในวงกว้าง แต่จะให้กันอยู่ในวงการแพทย์
รหัสผ่านแบบไบโอแมทริกซ์นั้น มีใช้กันแล้วในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ความปลอดภัยสูง เช่นในที่ตั้งทางการทหาร เป็นต้น เทคโนโลยีไบโอแมทริกซ์ สามารถนำไปผสมผสานกับเทคโนโลยีอื่นๆได้หลายชนิดซึ่งนำไปสู่นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆมากมาย

     หลายท่านคงไม่เชื่อว่าเทคโนโลยีชั้นสูงอย่างไบโอแมทริกซ์ จะถูกนำมาใช้กับคนทั่วๆไป จากคำยืนยันของผู้เชี่ยวชาญในแวดวงเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้รู้ว่า ไบโอแมทริกซ์ กำลังจะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน และถือเป็นช่องทางทำเงินที่ธุรกิจ SME ควรจะให้ความสนใจ 

     จากข้อมูลการทำวิจัยจาก International Biometric Group คาดการณ์ไว้ว่า รายได้ในอุตสาหกรรมไบโอแมทริกซ์ จากปี 2003 ถึง 2005 จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ซึ่งเป็นผลจากที่หลายประเทศเริ่มออกกฎหมาย ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับรองให้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เทียบเท่ากับลายมือชื่อปกตินั่นเอง ส่วนในประเทศไทยก็มีกฎหมายที่รับรองลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แล้วคือ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มีผลใชับังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2545 จึงคาดได้ว่าอุตสาหกรรมไบโอแมทริกซ์ ในประเทศไทยก็น่าจะเป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจและน่าจับตามอง

     แนวความคิดรหัสผ่านแบบไบโอแมทริกซ์ จะทำให้ลักษณะการทำธุรกรรมทางด้านการเงินการธนาคารของโลกเปลี่ยนไป คุณสามารถคัดลอกรหัสผ่านหรือลายเซ็นของคนอื่นได้ แต่ไม่สามารถคัดลอกลายนิ้วมือ หรือม่านตาได้ ธุรกิจการเงินและการธนาคารในอนาคตจะเปลี่ยนมาใช้ระบบ ATM ที่ใช้ระบบไบโอแมทริกซ์ โดยเฉพาะการสแกนม่านตา เมื่อคุณเปิดบัญชี และร้องขอใช้บัตร ATM ธนาคารจะทำการสแกนม่านตาของคุณและเก็บสำเนาไว้ เมื่อต้องใช้บัตร ATM คุณต้องอนุญาตให้เครื่องทำการสแกนม่านตาของคุณ และเครื่องจะนำไปเทียบกับบัญชีของคุณ เมื่อขั้นตอนการเปรียบเทียบเรียบร้อยแล้วคุณก็สามารถทำการ ฝาก-ถอน ตามที่ต้องการได้ ระบบการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ผสมผสานด้วยการใช้ไบโอแมทริกซ์ จะทำให้ผู้ใช้บริการสามารถที่จะกระทำธุรกรรมทางการเงินได้โดยที่ไม่ต้องเดินไปทำที่ธนาคารอีกต่อไป

     ในอนาคตอันใกล้คอมพิวเตอร์ประจำสำนักงานก็ต้องใช้ไบโอแมทริกซ์ คุณสามารถหาคีย์บอร์ดที่มีอุปกรณ์สแกนแบบพิเศษสำหรับแสกนลายนิ้วมือได้ คุณไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้จนกว่าคุณจะทำการสแกนลายนิ้วมือก่อน ระบบปฏิบัติการเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ได้ใช้เครื่องอ่านเสียงเพื่อใช้กับรหัสผ่านเพื่อเข้าใช้งานเครื่อง เมื่อคุณเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ คุณต้องพูดรหัสผ่านออกมา ระบบจะไม่แค่ตรวจสอบรหัสผ่านเท่านั้น แต่ยังตรวจสอบว่าเป็นเสียงของคุณหรือไม่อีกด้วย
การใช้ประโยชน์ไบโอแมทริกซ์  อาจใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่น เช่น สมาร์ทการ์ด ตัวเลขรหัสผ่าน และลายเซ็นดิจิทัล โดยแอพพลิเคชั่นที่มีให้เห็นแล้วในบ้านเราขณะนี้ ได้แก่ การใช้ลายนิ้วมือร่วมกับรหัสผ่านแทนกุญแจปลดล็อกประตู  ระบบรถยนต์รุ่นใหม่ก็มีการนำลายนิ้วมือมาใช้แทนกุญแจปลดล็อกประตูแล้วเช่นกัน

     แนวโน้มการนำไบโอแมทริกซ์ไปใช้งานในอนาคตที่น่าสนใจคือ การซื้อขายสินค้า จะสามารถซื้อขายกันได้โดยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือ Mobile Internet และยังสามารถหักบัญชีเงินในธนาคาร หรือหักจากคูปอง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับสินค้าหรือบริการได้ทันที ดังนั้นระบบการคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขาย จึงเกิดขึ้นโดยใช้พื้นฐานการระบุตัวตนของผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อเป็นการยืนยันการซื้อขาย โดยที่ผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่อาจปัดความรับผิดต่อยอดเงินและการสั่งสินค้านั้นได้ ระบบไบโอแมทริกซ์ จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมากในธุรกิจในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะเห็นอย่างชัดเจนในยุคโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G นั่นคือในธุรกิจ Mobile Commerce นั่นเอง

     การผสมผสานไบโอแมทริกซ์เข้ากับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G สามารถช่วยให้พนักงานองค์กรต่างๆ ที่อยู่ในระหว่างเดินทาง สามารถเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้ากับโปรแกรมธุรกิจต่างๆ ขององค์กรเหล่านั้นได้ ราวกับว่า เขานั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ตามปกติในสำนักงาน ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ โดยบริษัท NTT DoCoMo ได้กล่าวว่า “ในทศวรรษหน้า โทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ฝันของมนุษย์เป็นจริง ที่จะทำให้โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นทุกอย่างที่มนุษย์ไม่เคยคาดหวังมาก่อน” ซึ่งทาง NTT DoCoMo บอกว่าเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G ของบริษัทจะสามารถนำออกแสดงได้ประมาณปี 2007

     จะเห็นว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เริ่มเข้ามามีบทบาทกับชิวิตของเราในปัจจุบันมากขึ้น   แล้วคุณหล่ะเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เหล่านี้แล้วหรือยัง

 

อาร์เอฟไอดี & ทูดีบาร์โค๊ด นวัตกรรมเปลี่ยนวิถีโลก สิงหาคม 25, 2008

Filed under: บทความ e-business — wareerat @ 8:41 pm
Tags: ,

RFID & 2D Barcodes

ดร. เศรษฐพงค์  มะลิสุวรรณ

     หลายท่านอาจเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยีในช่วงเวลานี้แล้วก็ได้  ถ้าท่านลองย้อนกลับมามองสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเพียง 10 ปีที่ผ่านมา ก็จะพบว่าสิ่งที่เราไม่เคยนึกเคยฝันมาก่อนได้เกิดขึ้นมากมายเช่น กล้องดิจิตัลบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ สมาร์ทการ์ดที่ผสมผสานกับไบโอเมทริกส์ หรือจะเป็น Internet บนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ เป็นต้น

     ท่านเชื่อหรือไม่ว่าเทคโนโลยีที่เหล่านี้เคยมีผู้ชำนาญด้านเทคโนโลยี เคยคาดการณ์ไว้ว่ามันน่าจะมีใช้แพร่หลายในราวปี 2007 ถึง 2010 แต่มันก็เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้
 
     เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ระบบเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีการสร้างนวัตกรรมและไม่สนใจความรู้ทางเทคโนโลยีจะตกอยู่ในภาวะอันตราย  เพราะสินค้าเทคโนโลยีและความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ด้านต่างๆ  จะมีอิทธิพลต่อการดำรงชีพของประชาชนมากขึ้นและเร็วขึ้น

     สินค้าที่มีลักษณะเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ จะเป็นกลไกที่สำคัญที่สุดในการกำหนดความได้เปรียบ  เสียเปรียบ  หรือให้ผลแพ้ชนะต่อระบบเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ  มีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านคาดการณ์ว่าในอนาคตไม่เกิน 10 ปี เศรษฐกิจของโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด โดยเป็นผลมาจากแรงผลักดันของเทคโนโลยี

     ความรู้และเทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ามากกว่าวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของสินค้า ดังนั้นแรงสมองจึงเป็นปัจจัยสำคัญของการแข่งขันมากกว่าแรงงาน และเทคโนโลยี จึงเป็นปัจจัยสำคัญของการแข่งขันมากกว่าทรัพยากรธรรมชาติ

     นอกจากเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีผลกระทบต่อระบบธุรกิจและไลฟ์สไตล์ของมนุษย์แล้ว พร้อมกันนี้ ยังมีเทคโนโลยีระบบชี้เฉพาะอัตโนมัติ (Automatic Identification) อีก 2 ชนิด ที่กำลังถูกจับตามองว่ามันกำลังจะเปลี่ยนรูปแบบการจัดการในระบบธุรกิจอย่างมาก นั่นคือ อาร์เอฟไอดี (Radio Frequency Identification) และ ทูดีบาร์โค๊ด (2D barcode)

     อาร์เอฟไอดี ประกอบด้วยแผงไมโครชิพหรือวงจรไอซีและลวดทองแดงที่ทำหน้าที่เป็นเสาอากาศซึ่งจะถูกติดตั้งร่วมกันบนแผ่นพลาสติกเล็กๆ บางๆ แผ่นเหล่านี้จะบรรจุข้อมูลได้มากพอที่จะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้และสามารถบ่งบอกทั้งราคา ยี่ห้อ ชนิดของสินค้าและข้อมูลอื่นๆ ตามความต้องการ อาร์เอฟไอดี มีความสามารถในการส่งสัญญาณวิทยุออกมายังเครื่องรับ ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการสัมผัสโดยตรงเหมือนกับการใช้บาร์โค้ดหรือแถบแม่เหล็ก   นั่นคือเราสามารถรับสัญญาณจาก อาร์เอฟไอดี ได้ในระยะ 1 ถึง 5 เมตร หรือไกลกว่าก็สามารถทำได้

     มีการคาดไว้ว่าต่อไปนี้สินค้าทุกอย่างที่ผลิตออกมาจะมีชิพอาร์เอฟไอดีติดอยู่ ตั้งแต่ของใช้ในครัวเรือน เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะเห็นชัดๆก็คือ เวลาคิดเงินในห้างสรรพสินค้า ก็เพียงเดินผ่านแคชเชียร์ ซึ่งแคชเชียร์ก็จะบอกได้ทันทีเลยว่าสินค้าที่ท่านเลือกซื้อรวมเป็นจำนวนเงินทั้งหมดเท่าไรโดยไม่ต้องมาเสียเวลายิงบาร์โค้ด ทีละชิ้น

     Wal-Mart ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีแผนที่จะผลักดันให้ Suppliers ทั้งหลายเปลี่ยนมาใช้ระบบจัดการสินค้าคงคลังแบบไร้สาย ภายในปี 2005 ทั้งนี้เพื่อพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทานของ Wal-Mart ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แม้ว่าขณะนี้ราคาของตัวอาร์เอฟไอดีจะแพงกว่าบาร์โค้ด แต่ทางกลุ่มผู้สนับสนุน อาร์เอฟไอดี กล่าวว่าค่าใช้จ่ายรวมในระยะยาว จะถูกกว่ามาก

     บริษัทโฆษณาคงต้องคิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทำการตลาดแบบ one-to-one เช่นลูกค้าของเสื้อ GAP (ของแท้) เดินผ่านจอโฆษณาที่มีตัวรับคลื่นจากชิพอาร์เอฟไอดี ที่ติดอยู่ในบัตรสมาชิกหรือในเสื้อของลูกค้า ก็จะมีภาพยนตร์โฆษณาของเสื้อ GAP พร้อมทั้งกล่าว “ขอบคุณที่ใช้ GAP ค่ะ ขณะนี้เรามีโปรโมชั่นลด 30% สำหรับสมาชิกและสำหรับท่านที่ใส่เสื้อ GAP มาในวันนี้ค่ะ” 

     ส่วนเทคโนโลยีทูดีบาร์โค๊ด เป็นเทคโนโลยีที่สามารถบรรจุข้อมูลได้มากกว่าบาร์โค๊ดแบบเดิมหลายสิบเท่า (หรือเรียกว่า วันดีบาร์โค๊ด, 1D barcode) ที่ทุกท่านคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งวันดีบาร์โค๊ดจะมีลักษณะเป็นแถบเล็กๆหลายแถบ เรียงกันในแนวตั้ง โดยจำนวนแถบยิ่งมากก็ยิ่งบรรจุข้อมูลได้มากขึ้น แต่ก็จะต้องใช้พื้นที่มากขึ้นเช่นเดียวกัน และจะทำให้การสแกน มีความยากขึ้น

     แต่ถ้าเป็นทูดีบาร์โค๊ด จะมีลักษณะเป็นแถบเล็กๆ เรียงกันทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ซึ่งลักษณะการเรียงตัวทั้งสองแกนนี้เองที่ทำให้มันมีรูปแบบที่แตกต่างกัน มากมายหลายรูปแบบ ซึ่งมีมากกว่า วันดีบาร์โค๊ดมาก นั่นคือมันจะมีความจุที่สูงกว่ามาก อีกทั้งขนาดก็จะเล็กลง จะทำให้เครื่องสแกนเล็กลงมาก มีความรวดเร็วและง่ายในการสแกน

     การประยุกต์ใช้ทูดีบาร์โค๊ด มีมากมายในประเทศเกาหลี เช่นในหนังสือพิมพ์ ในแมกซีน ก็จะพิมพ์ ทูดีบาร์โค๊ด กำกับกับตัวสินค้า เพื่อให้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีกล้องและซอฟท์แวร์สแกนเนอร์ สามารถอ่านข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับตัวสินค้าเพิ่มเติม เพียงนำกล้องบนโทรศัพท์เคลื่อนที่สแกนผ่านบนทูดีบาร์โค๊ด ข้อมูลรายละเอียดสินค้าก็จะปรากฏบนจอโทรศัพท์เคลื่อนที่ทันที วิธีนี้จะช่วยประหยัดเนื้อที่โฆษณา อีกทั้งสามารถต่อไปยังเวปไซท์ของตัวสินค้าทันทีที่โทรศัพท์เคลื่อนที่สแกนผ่านทูดีบาร์โค๊ด ของตัวสินค้านั้น 

     เทคโนโลยีทูดีบาร์โค๊ด สามารถนำไปใช้ในสื่อโฆษณาได้อีกหลายรูปแบบ สามารถสร้างกิจกรรมทางการตลาด ซึ่งขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ ของบริษัทเอเจนซี่นั่นเอง

How will 2D barcodes change your life? Comparison Shopping

 

 

EBS672 Internet Marketing สิงหาคม 25, 2008

COURSE SYLLABUS
Semester 1-2008

Course Description:

This course introduces the entire scope of internet marketing (digital marketing) as an emerging marketing tool which is quickly becoming universally accepted as a mandatory part of any company’s marketing plan. The course will explore the existing and future uses of the telecommunication and Internet for the marketing of various goods and services. In addition, we will investigate the utility of the telecommunication and Internet as a tool for businesses to increase their effectiveness and efficiency. This course will help students understand electronic tools that can be integrated into marketing strategy.
(Technology perspective 60% + Marketing perspective 40%)

Course Goals

     1. To familiarize students with the Internet. Students will study telecommunication and Internet services as marketing tools such as the World Wide Web, mobile technologies, GPS, and GIS. Use of these technologies and services for marketing purposes requires both technical and cultural understanding.
     2. To study the ways that marketing can be done, and is being done, using the Internet. As the semester progresses, we should not be surprised to find the ways that the network is being used by marketers rapidly evolving.
     3. Equipped with this global perspective of business and knowledge of communications technology, you should gain a competitive advantage for new opportunities in your career and business.

 

 

 

Faster…Smaller…Cheaper…Better สิงหาคม 25, 2008

Nano and IT

 

พ.อ.รศ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ

“ นาโนเทคโนโลยี เป็นคลื่นลูกใหม่ ที่จะเปลี่ยนโลก… และจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับอุตสาหกรรม IT ”

     นาโนเทคโนโลยี เกิดขึ้นที่ห้องแลปของซีร็อกซ์ ที่ชื่อว่า PARC (Palo Alto Research Center) ซึ่งเป็นแหล่งต้นกำเนิดของนวัตกรรมหลายอย่างของโลกในปัจจุบัน……นาโนเทคโนโลยี คือ วิทยาการประยุกต์แขนงใหม่ที่ว่าด้วยเรื่องของเทคโนโลยีในการประกอบและผลิตสิ่งต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงยิ่ง เนื่องจากการจัดเรียงอะตอม หรือโมเลกุลเข้าด้วยกันด้วยความสามารถของมนุษย์….. อาจเป็นไปได้ว่าอีกไม่นานจะไม่มีสิ่งใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับนาโนเทคโนโลยี เพราะมันจะเป็นองค์ความรู้พื้นฐานในการผลิต ผลิตภัณฑ์ทุกชนิด

     คุณลองนึกดูซิว่าถ้าขยายลูกโลกจำลองให้มีขนาดเท่ากับโลกจริงๆ   แต่ละอะตอมจะกลายเป็นสิ่งที่คุณมองเห็นได้ จับต้องได้และควบคุมได้…. ซึ่งก็น่าจะมีขนาดประมาณผลองุ่น ซึ่งองุ่นเหล่านี้ สามารถจับเอามาผสมกัน กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งก็อาจจะเอามาทำใหม่ในลักษณะของน้ำองุ่นหรือแปรสภาพให้กลายเป็นไวน์….. ผลิตภัณฑ์หลายชนิดซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกกล่าวถึงในนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ปัจจุบันก็มีให้คุณได้เห็นเป็นเรื่องธรรมดา

     ในปี 1956 บริษัท IBM เป็นผู้ผลิต Disk Drive ตัวแรกออกสู่ท้องตลาด ซึ่งมีขนาดความจุ 5 MByte  และในการขนส่งจะต้องใช้รถบรรทุก เพราะว่าขนาดของมันนั้นมีขนาดเท่ากับตู้เย็นดีๆนี่เอง   หลังจากนั้น 40 ปีต่อมา IBM ก็ยังคงเป็นผู้นำในตลาด Disk Drive แต่ขนาดของมันยังคงเท่ากับตู้เย็นอยู่จนกระทั่งมันลดขนาดลงมาเหลือ 2.5 นิ้วและสามารถที่จะเก็บข้อมูลได้เป็นล้านๆเท่า…..  ในช่วงปลายปี 2003  IBM ได้สร้างเทคโนโลยีชื่อ Millipede โดยเทคโนโลยีนี้ช่วยทำให้สามารถผลิตอุปกรณ์ Data Storage ที่มีความสามารถในการเก็บข้อมูลได้ถึง 1 Terabyte ต่อตารางนิ้ว  !!!

     นาโนเทคโนโลยียังสามารถแก้ปัญหาเรื่องความร้อนในวัสดุที่ใช้ทำ Microprocessor  ซึ่งจะทำให้ความเร็วในการประมวลผลของ computer  สูงขึ้นหลายร้อยหลายพันเท่า !!!…… ด้วยเหตุนี้เทคโนโลยีการผลิต Microprocessor ด้วยซิลิคอนจะถูกแทนที่โดยเทคโนโลยีว่าด้วยการจัดเรียงระดับอะตอมที่เรียกว่า Cabon nanotube…….  ขณะนี้ใน สหรัฐฯ  บริษัทหลายแห่งเช่น  Hewlett-Packard, IBM และ Lucent ได้จับมือกันทำสัญญาในการพัฒนานาโนเทคโนโลยี โดยเฉพาะการพัฒนา Carbon nanotube ในคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ….  แน่นอน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ จะทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆมากมาย ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วกว่าธุรกิจในยุคที่ผ่านมา และอาจจะเกิดการล้มของบริษัทใหญ่ๆที่ปรับตัวไม่ทันด้วย….. ถ้าจะกล่าวเปรียบเทียบตัวอย่างที่ผ่านมาก็เช่น Kodak ต้องประสบกับผลกระทบขั้นรุนแรงจากเทคโนโลยีกล้องดิจิตัลที่กำลังทำลายล้างธุรกิจ film ในขณะนี้…..  และเหยื่อรายต่อไปคืออุตสาหกรรมกระดาษนั่นเอง คุณคงจะเดาออกใช่ไหมว่าทำไม ??

     Ntera เป็นบริษัทเชื้อสาย Irish  ได้รับทุนจาก Cross Atlantic Capital Partners  เพื่อพัฒนา Nanomaterials ที่ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กระดาษอิเล็กทรอนิกส์ขนาดบางเฉียบโดยใช้พลังงานในระดับตํ่ามาก  เซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงและเซ็นเซอร์ขนาดเล็กระดับโมเลกุลที่ช่วยแพทย์ วินิจฉัยโรค (Medical Diagnostic Sensors)….  บริษัท Fujitsu ในประเทศญี่ปุ่นได้สร้างศูนย์วิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยีเพื่อที่จะส่งเสริมการค้นคว้าผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง  (Ultra-fast computer)……   Nantero เป็นบริษัทที่มีฐานอยู่ใน Massachusetts ได้รับเงินสนับสนุน 6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากบริษัทร่วมทุนโดยบริษัทจะสร้าง High-density RAM ซึ่งใช้นาโนเทคโนโลยีทำให้มีประสิทธิภาพที่เร็วกว่า DRAM (Dynamic Random Access Memory) และจะถูกติดตั้งในคอมพิวเตอร์ในอนาคตด้วย 
 
     ลองคิดดูซิครับ ในอนาคต โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ของคุณ สามารถใช้ได้นานขึ้นโดยไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ หรือถ้าต้องชาร์จก็จะสามารถชาร์จได้ด้วยเวลาอันสั้น….คุณอาจจินตนาการได้ว่า ชาร์จแบตฯมือถือไม่ถึงนาทีหรือใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุค นานถึง  24 ช.ม.  ติดต่อกัน….  โคยแบตเตอรี่ในอนาคตจะมีขนาดที่บางและเล็กมากแต่ให้พลังงานที่มากกว่าและนานกว่า ซึ่งคาดว่าจะออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดได้เร็วๆนี้

     บริษัท ZettaCore  ตั้งอยู่ในรัฐ Colorado สหรัฐฯ   ได้รับเงินสนับสนุนจากหลายแหล่ง เพื่อนำมาพัฒนา Memory chip ที่มีความจุสูงแต่ใช้พลังงานตํ่ามาก (Ultradense low-power molecular memory chip)  และผลการวิจัยนี้จะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์แบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

     ในเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว บริษัทซัมซุง ได้เร่งงานวิจัยเพื่อผลิตจอ Nanotube ซึ่งเป็นจอที่มีการแสดงผลได้ชัดเจนมีความละเอียดสูง และสามารถมองได้จากทุกมุม…. และก่อนสิ้นปีนี้มีความเป็นไปได้อย่างสูงว่า จอบนคอมพิวเตอร์ และ PDA จะก้าวเข้าไปสู่การผลิตโดยใช้ Carbon nanotube โดยสมบูรณ์ มันเป็นการก้าวไปสู่คุณภาพของการแสดงผลที่มีความละเอียดสูงและมีขนาดบางมากจึงทำให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นสำหรับหน่วยความจำของอุปกรณ์สื่อสารอีกด้วย

     บริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ ที่มีการลงทุนเกี่ยวกับด้านนาโนเทคโนโลยีนี้ก็มี DuPont, GE, Honeywell, Motorola, Lockheed Martin, Exxon, Sun Microsystems, Texas Instruments, Intel, Corning, Xerox, Raytheon, Eastman Kodak, และ 3M 

     ธุรกิจด้านสาธารณสุขและด้านสารสนเทศจะมีการทำธุรกิจร่วมกันอย่างชัดเจนตัวอย่างเช่น ขณะนี้ได้มีการทำวิจัยในการฝังชิปที่สามารถจับจังหวะการเต้นของหัวใจ ด้วยการใช้ระบบเซ็นเซอร์ผ่านกระแสไฟฟ้าภายในร่างกาย  โดยชิปดังกล่าวจะตรวจและเก็บข้อมูลการเต้นของหัวใจ เชื่อมต่อการทำงานและแสดงผลผ่านทางหน้าจอมอนิเตอร์หรือบนจอโทรศัพท์มือถือ เมื่อชิปพบความผิดปกติ มันสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉิน ถึงรถพยาบาลได้ทันที

     ไม่มีใครทำนายอนาคตได้  แต่ที่แน่ๆ  ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดดที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมต่างๆและยังเป็นตัวกำหนดอนาคตของชาติอีกด้วย !!! 

ประวัติผู้เขียน
ดร. เศรษฐพงค์  มะลิสุวรรณ
Email:   settapong_m@hotmail.com
Website:   http://settapong.cmjthaisilk.com

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้าน Mobile Wireless Technology และ Mobile Marketing อีกทั้งทำงานด้านการวิจัยเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา  เป็นผู้บรรยายให้สถาบันการศึกษาและองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง

 

สรุปการอภิปรายทางวิชาการ เรื่อง “เขตประโยชน์ทับซ้อน ไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน” สิงหาคม 18, 2008

สรุป การอภิปรายทางวิชาการ เรื่อง “เขตประโยชน์ทับซ้อน ไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน”
โดย พลเรือเอกถนอม เจริญลาภ และศาสตราจารย์ ดร.สมปอง สุจริตกุล
ดำเนินรายการโดย พลเรือโทประทีป ชื่นอารมณ์
วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2551 เวลา 13.00 – 16.00 น.
 

       

         เนื้อหาหลักใหญ่ในการอภิปรายทางวิชาการเรื่อง “เขตประโยชน์ทับซ้อน ไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน” นั้น พล.ร.อ.ถนอมกล่าวว่า  ในเขตประโยชน์ทับซ้อนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ทางทะเลบริเวณอ่าวไทย จากการลากเส้นแบ่งเขตแดนของทั้ง 2 ประเทศมีจุดที่ตรงกัน โดยกัมพูชาไม่ได้บอกว่าเกาะกูดเป็นของเขา  แต่เกาะกูดตั้งล้ำเข้าไปในทะเลของกัมพูชา  ซึ่งบริเวณเกาะกูดอยู่ติดกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลของไทยและกัมพูชา  โดยมีทรัพยากรธรรมชาติ เช่น  ปิโตรเลียม  ก๊าซธรรมชาติ เป็นจำนวนมาก และมีการพยายามเจรจากันหลายครั้ง  โดยเมื่อฝ่ายไทยเสนอแนวทางการเจรจา แต่ทางกัมพูชาก็ไม่เห็นด้วย อ้างว่าจะใช้เวลาเจรจานานมาก  ซึ่งกัมพูชาต้องการแสวงประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันตลอดพื้นที่ทับซ้อน   โดยเสนอข้อเสนอแบ่งประโยชน์ร่วมกันกับไทย   50 ต่อ  50  แต่ไทยเห็นว่าพื้นที่เกาะกูดของไทยมีทรัพยากรจำนวนมากกว่าจึงขอลดสัดส่วนการแบ่งผลประโยชน์ ดังนั้นเมื่อทั้ง   2   ฝ่ายมีจุดยืนต่างกันมาก  หากจะมีการเจรจาหัวหน้าคณะเจรจาทั้ง  2 ฝ่าย โดยกำหนดว่าหากภายใน  5-10 ปีแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องหารือกันอีกครั้งว่าจะเหมาะสมหรือไม่ที่จะร่วมกันใช้บริการศาลโลก ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องทะเลาะกัน
 
         ทางด้านนายสมปองกล่าวว่า  แต่ตามข้อเท็จจริงเรื่องเกาะกูดไม่น่าจะมีปัญหา  เพราะ ตามอนุสัญญากฎหมายทะเล  1982  แม้ว่ากัมพูชาจะลากเส้นในภายหลังเข้ามากินพื้นที่เกาะกูด  แต่ตามสัญญาต้องขอความยินยอมจากไทย ซึ่งการกระทำของกัมพูชาเป็นเรื่องผิดประเพณี  และประเทศฝรั่งเศสก็ไม่กล้าลากเส้นดังกล่าวด้วย   ทั้งนี้  การเจรจาบนเขตแดนบริเวณทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก ส่วนใหญ่เราจะเสียเปรียบบริษัทเอกชนผู้ได้รับสัมปทานเข้าไปสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ เพราะเราไม่รู้เขาให้ข้อมูลเราถูกต้องหรือไม่  พื้นที่ทับซ้อน   4.6  ตารางกิโลเมตร ตนไม่เคยเชื่อถือแผนที่ของกัมพูชา เพราะนำมาจากแผนที่  1 ต่อ  200,000  และไทย ได้กำหนดให้บริเวณเขาปราสาทเขาพระวิหารไปให้กัมพูชาเท่านั้น  ยืนยันว่าพื้นที่  4.6  ตารางกิโลเมตรเป็นของไทย  การที่ภริยาสมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชาเดินทางมาบวงสรวงที่ปราสาทพระวิหาร ถือว่าใช้อำนาจอธิปไตยของไทย  คือถ้าไม่ได้รับอนุญาตของไทยเขาก็คงจะขึ้นเขาไม่ได้  เพราะเส้นแบ่งเขตแดน  นอกจากจะแบ่งบริเวณพื้นดิน และยังแบ่งพื้นที่ในอากาศด้วย รวมทั้งในการตัดสินของศาลโลกก็วินิจฉัยให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาเท่านั้น ไม่ได้วินิจฉัยแผนที่ที่กัมพูชาอ้างถึงเลย

         นายสมปองยังกล่าวอีกว่า  ปัญหาเขตแดนอยู่กับเราอีกนาน  ปัญหาปราสาทพระวิหารเป็นปัญหาที่คั่งค้างคาใจ ศาลโลกไม่ได้ระงับปัญหาแม้ที่ตัดสินแล้วแต่ยังมีข้อเคลือบแคลง  แต่การขึ้นมรดกโลกปราสาทเขาพระวิหารคงชะงักไปพักหนึ่ง  เพราะต้องได้รับความเห็นชอบจากไทย  โดยไทยต้องไม่นำพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรไปบรรณาการให้แก่สมเด็จฮุน เซนปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชาไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ปราสาทพระวิหารเท่านั้น  แต่ยังรวมถึงผลประโยชน์ทางทะเลที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน  โดยกัมพูชากำลังผูกสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา  โดยสิ่งที่ยืนยันได้ก็คือ  ขณะนี้มีเรือรบสหรัฐซึ่งมีอานุภาพมากเหนือกว่าเรือรบไทยทุกลำมาจอดเทียบท่าที่กัมปงโสม  การที่สหรัฐทำเช่นนี้นั้นเป็นยุทธศาสตร์การบุกยึดชิงพื้นที่โดยใช้กองเรือเป็นทัพหน้าอย่างเช่นสงครามอ่าวเปอร์เซีย เป็นต้น “เรื่องนี้มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเป็นเพราะมีผลประโยชน์ด้านพลังงาน จึงเป็นหน้าที่ของผู้นำประเทศไทยที่จะต้องตระหนักว่า  เรากำลังเผชิญหน้ากับประเทศที่มุ่งมาตักตวงผลประโยชน์จากภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะตักตวงทรัพยากรพลังงานจากกัมพูชา”
 
         นอกจากนี้ยังมีเขตแดนที่มีปัญหาอีกคือเขตชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว ตรงบริเวณแม่น้ำโขง เนื่องจากตามหลักสากลให้ยึดเอาท้องน้ำที่ลึกที่สุด(ท้องน้ำที่ลึกที่สุดจะอยู่บริเวณกลางแม่น้ำ) เป็นเขตแดนแบ่งระหว่างประเทศ แต่ท้องน้ำที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขงได้เข้ามาประชิดบริเวณประเทศไทยมากขึ้น ทำให้ในหลักทางสากลเราเสียดินแดนทางแม่น้ำโขงให้แก่ประเทศลาว 

         ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะยังคงเป็นปัญหาของเราชาวไทยทุกคน โดยถ้าเราไม่สนใจและไม่รักษาสิทธิประโยชน์ของเราไว้ในตอนนี้ ปัญหาดังกล่าวก็จะส่งต่อไปให้คนรุ่นหลังของเราอีก โดยอาจจะนำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างประเทศจนต้องใช้กำลังทางทหารเข้าแก้ไข ซึ่งเราทุกคนเองก็ไม่อยากมีใครเห็นการนองเลือดอย่างแน่นอน