EBS672 Internet Marketing

Wareerat Pongsammana no.507932

เงินสดอิเล็กทรอนิกส์ : E-CASH & DIGITAL CASH สิงหาคม 4, 2008

Filed under: บทความ e-business — wareerat @ 7:16 pm
Tags: ,

ดร. เศรษฐพงค์  มะลิสุวรรณ

 

 

         รูปแบบการค้า  การสื่อสาร  และการทำธุรกรรมต่างๆ ในโลกปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เป็นอันมาก เนื่องจากได้มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเป็นส่วนประกอบในการทำธุรกรรมต่างๆ  และมีอิทธิพลมากยิ่งขึ้นทุกวัน

         เมื่อพูดถึงเรื่องการซื้อขายสินค้า  แน่นอนว่าจะต้องมีเรื่องเงินๆ ทองเข้ามาเกี่ยวข้อง  การจ่ายเงินในการซื้อสินค้าในรูปแบบทั่วๆ ไปที่มีกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินสด  การจ่ายด้วยบัตรเครดิตหรือบัตร ATM  การจ่ายเงินด้วยเช็ค  การโอนเงินเข้าบัญชี  และอีกหลายวิธี  บางวิธีก็สามารถนำมาใช้ได้ทางอินเทอร์เน็ต ในขณะที่บางวิธีก็ใช้ไม่ได้กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

        ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาและทดลองใช้ระบบเงินใหม่ ๆ หลายระบบ โดยอาจจัดกลุ่มของระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ใหญ่ ๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มเงินสดอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์

         กลุ่มเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Cash หรือ Digital Cash) ยังสามารถแบ่งออกเป็นเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ ที่จัดเก็บอยู่ในบัตรที่บรรจุวงจรรวม ซึ่งเรียกว่า “สมาร์ทคาร์ด” (Smart Card) ซึ่งสามารถเติมเงินได้ โดยใช้ได้ในแบบออฟไลน์ (off-line)  คือสามารถโอนเงินระหว่างสมาร์ทคาร์ดกับอุปกรณ์พิเศษ 

         เงินสดอิเล็กทรอนิกส์  เป็นเทคโนโลยีในการเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิตอล  สามารถเป็นตัวแทนของมูลค่า (stored value) ซึ่งผู้ถือข้อมูลนั้น ได้ชำระไว้แล้วล่วงหน้า (prepaid) โดยที่ข้อมูลนั้นสามารถนำไปใช้ชำระเงินด้วยวิธีต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการ  ณ จุดขาย (point of sale) หรือเป็นการเปลี่ยนมือจากผู้หนึ่งไปยังอีกผู้หนึ่งโดยผ่านอุปกรณ์บางอย่าง  (direct transfer) หรือผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น 

       แน่นอนว่าจะต้องมีผู้รับรองค่าของเงินสดดิจิตอลเหล่านี้ ตัวอย่างบริษัทที่สร้างเทคโนโลยีเงินสดดิจิตอล เช่น บริษัท DigiCash และ บริษัท CyberCash ได้มีการร่วมมือกับธนาคารและผู้ขายสินค้า เพื่อให้ยอมรับการใช้เงินสดลักษณะนี้ ผู้ที่พิมพ์เงินสดดิจิตอลเหล่านี้ โดยทั่วไปแล้วคือ ธนาคาร โดยธนาคารจะกําหนดหมายเลขของเงินสดดิจิตอลแล้วจึงสามารถนําไปใช้ได้กับร้านค้าหรือบุคคลอื่นๆที่ยอมรับเงินสดดิจิตอลนั้น ผู้รับเงินก็สามารถตรวจสอบความถูกต้องของเงินสดดิจิตอลได้ โดยใช้วิธีการถอดรหัสลายเซ็นดิจิตอลออกมาดู ในระบบการเข้ารหัสแบบนี้ รหัสที่ใช้ในการเซ็นกํากับเงินสดดิจิตอลกับรหัสที่ใช้ในการถอดรหัสเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเงินนั้นเป็นคนละตัวกัน จึงไม่ต้องห่วงว่าจะมีผู้อื่นถอดรหัส

        CyberCash ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1994  ลักษณะการให้บริการของ CyberCash จะอิงอยู่กับการใช้บัตรเครดิตของผู้ซื้อสินค้า  เมื่อผู้ซื้อสินค้าต้องการใช้บริการของ CyberCash ก็ต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ของ CyberCash มาไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน  หลังจากนั้นผู้ซื้อสินค้าจะเลือกรายการของสินค้าที่ต้องการซื้อจากเว็ปไซต์ของร้านค้า  ผู้ซื้อสินค้าจะใช้ซอฟแวร์ของ CyberCash ในการป้อนรายการสินค้า  ชนิดของบัตรเครดิตที่ใช้ชำระเงิน  และหมายเลขบัตรเครดิต  จากนั้นข้อมูลต่างๆ จะถูกเข้ารหัสด้วยการกำหนดกุญแจรหัสของผู้ซื้อเอง

        บริษัท DigiCash  ตั้งขึ้นมาเมื่อปี  1990  เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงทางด้านรูปแบบของเงินอิเล็กทรอนิกส์  อยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์  แต่เดิมบริการของบริษัท  DigiCash  ก็คือ  บัตร smart card  และซอฟต์แวร์จัดการเงินอิเล็กทรอนิกส์  ในขณะที่ปัจจุบันบริษัท  DigeCash  ไม่ได้เป็นผู้ควบคุมการออกเงินอิเล็กทรอนิกส์  เป็นแต่เพียงผู้จัดหาซอฟต์แวร์บริการให้กับธนาคารที่เป็นผู้ออกเงินอิเล็กทรอนิกส์อีกทอดหนึ่ง  และให้กับลูกค้าของธนาคารที่ต้องการใช้ระบบ  DigiCash  โดยที่รายได้ของบริษัท  DigiCash  จะได้มาจากค่าธรรมเนียมรายเดือน  และค่าธรรมเนียมในการแปลงเงินสดเป็นเงินอิเล็กทรอนิกส์ในแต่ละครั้ง

        ผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าด้วยเงินอิเล็กทรอนิกส์ของ  DigiCash  ที่เรียกว่า e-cash  จะต้องติดต่อขอเปิดบัญชีกับธนาคารที่ให้บริการออกเงินอิเล็กทรอนิกส์  e-cash  โดยการนำเงินสดไปฝากไว้กับธนาคาร  เมื่อธนาคารได้รับคำสั่งจากลูกค้าให้มีการแปลงเงินสดไปเป็นเงินอิเล็กทรอนิกส์  ธนาคารจะส่งเงินอิเล็กทรอนิกส์มาให้กับลูกค้า  เพื่อเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของลูกค้าเอง  โดยที่การรับคำสั่งและส่งเงินนั้นจะมีการเข้ารหัสที่ซับซ้อน  เพื่อความปลอดภัยในการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อลูกค้าของธนาคารต้องการซื้อสินค้าจากร้านค้าในอินเทอร์เน็ตที่รับชำระด้วยระบบ  DigiCash  ร้านค้าจะได้รับชำระเงินจากลูกค้าด้วยเงินอิเล็กทรอนิกส์และจะตรวจสอบว่าเงินนั้นสามารถใช้ชำระสินค้าได้จริงหรือไม่  โดยการตรวจสอบรหัสบางอย่างในเงินอิเล็กทรอนิกส์ก้อนนั้น  แต่ร้านค้าจะไม่มีทางรู้ว่าเงินอิเล็กทรอนิกส์ก้อนนั้นๆ ใครเป็นเจ้าของ  เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับเงินสดที่เราใช้ซื้อสินค้า  ซึ่งจะไม่มีอะไร  ที่แสดงบนธนบัตรหรือเหรียญว่าเราเป็นเจ้าของนั่นเอง

        หลังจากที่ร้านค้าได้ตรวจสอบรหัสในเงินอิเล็กทรอนิกส์ก้อนนี้กับธนาคารที่เป็นผู้ออกเงินเรียบร้อยแล้ว  ธนาคารก็จะแปลงเงินอิเล็กทรอนิกส์กลับไปเป็นเงินสด  แล้วโอนเข้าบัญชีร้านค้าต่อไป  ซึ่งจะเห็นว่า  ลักษณะของ  DigiCash  จะเป็นแบบ  debit  payment  ซึ่งไม่เหมือนกับระบบของ  CyberCash  ที่เป็นลักษณะ  credit payment

        ปัญหาสำคัญก็คือ การไม่มีมาตรฐานที่เข้ากันได้ระหว่างเทคโนโลยีเงินสดดิจิตอลต่างๆ ซึ่งผู้ใช้เงินสดดิจิตอลของค่ายหนึ่ง ยังไม่สามารถที่จะแลกเปลี่ยนกับเงินสดค่ายอื่นได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาที่ผู้บริโภคจะไม่สามารถที่จะแลกเปลี่ยนกับเงินสดค่ายอื่นได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาที่ผู้บริโภคจะต้องใช้ในการทำความเข้าใจ และให้ความไว้วางใจกับเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างเงินสดดิจิตอลอีกด้วย ในอนาคตปัญหาเรื่องมาตรฐานอาจได้รับการแก้ไขในที่สุด โดยบริษัทเทคโนโลยีเงินสดดิจิทัล 30 แห่งได้เริ่มทำความตกลงที่จะวางมาตรฐานร่วมกันเพื่อให้เงินสดดิจิตอลรูปแบบต่างๆใช้งานร่วมกันได้   

        ในอนาคตอาจจะไม่มีการพกกระเป๋าสตางค์กันอีกต่อไป ไม่มีการใช้เงินสด ไม่มีบัตรเครดิต ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนและใบขับขี่อีกต่อไป ข้อมูลทางกายภาพอาจจะถูกเก็บไว้ที่ส่วนกลาง (อาจจะเป็นภาครัฐ) และข้อมูลบางส่วนก็ถูกเก็บไว้ที่บริษัทที่ให้บริการต่างๆ เช่น ข้อมูลทางการเงินก็จะถูกเก็บไว้ที่ธนาคาร ข้อมูลทางสุขภาพก็ถูกจัดเก็บไว้ที่โรงพยาบาล เป็นต้น เวลาซื้อสินค้าหรือบริการ ก็จะใช้ลักษณะทางกายภาพ เช่น ม่านตา หรือลายนิ้วมือ ในการชำระค่าสินค้าและบริการ

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s