ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
Email: settapong_m@hotmail.com
ไบโอแมทริกซ์ (BIOMETRICS) เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีทางด้านชีวภาพกับเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์และสื่อสารโทรคมนาคมเข้าด้วยกัน ซึ่งใช้ลักษณะทางกายภาพของมนุษย์ เพื่อระบุลักษณะเฉพาะของบุคคล ซึ่งในทางการแพทย์ วิธีตรวจสอบความเป็นบุคคลมีวิธีการตรวจสอบได้หลายวิธี โดยวิธีที่เป็นที่นิยมได้แก่
• การตรวจหาความถี่ของคลื่นเสียงของบุคคล ซึ่งในแต่ละบุคคลจะมีความถี่ของคลื่นเสียงไม่เท่ากัน และไม่สามารถปลอมแปลงได้ ทำให้เราสามารถบ่งบอกตัวบุคคลได้
• การตรวจสอบลายมือและน้ำหนักมือในการเขียน ซึ่งวิธีนี้บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช้เจ้าของลายมือ อาจจะปลอมแปลงได้ จึงมีความน่าเชื่อถือน้อย
• การตรวจสอบลายนิ้วมือ ซึ่งลายนิ้วมือในบุคคล บุคคลหนึ่งนั้นจะมีความเฉพาะตัว และไม่เหมือนกัน ปลอมแปลงได้ยาก จึงมีความน่าเชื่อถือสูง
• การตรวจสอบโครงหน้า วิธีนี้ก็อาจเป็นไปได้ว่าบุคคลบางคนอาจมีลักษณะใบหน้าคล้ายคลึงกัน หรือเหมือนกันได้ จึงมีความน่าเชื่อถือน้อย
• การตรวจสอบเรตินาของดวงตา (Retina) ตรวจสอบโดยอาศัยลักษณะที่ไม่เหมือนกันของเรตินาภายในแก้วตาของบุคคล โดยในแต่ละบุคคลจะมีลักษณะลวดลายภายในเรตินาไม่เหมือนกัน แม้แต่จะเป็นฝาแฝดกันก็ตาม การตรวจสอบโดยวิธีนี้จึงให้ความน่าเชื่อถือสูงมาก แต่ไม่ไม่สะดวกในการใช้งาน
• การตรวจสอบ DNA เป็นการตรวจสอบลึกลงไปในระดับโมเลกุลของโครงสร้างของมนุษย์ ซึ่งในบุคคลแต่ละคนจะมีโครงสร้างของ DNA ไม่เหมือนกัน ซึ่งมีความน่าเชื่อถือมาก แต่เป็นวิธีการตรวจสอบที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายทั้งทางด้านเครื่องมือ น้ำยา และค่าตรวจหา แพงมากในปัจจุบันจึงยังไม่เป็นที่นิยมในวงกว้าง แต่จะให้กันอยู่ในวงการแพทย์
รหัสผ่านแบบไบโอแมทริกซ์นั้น มีใช้กันแล้วในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ความปลอดภัยสูง เช่นในที่ตั้งทางการทหาร เป็นต้น เทคโนโลยีไบโอแมทริกซ์ สามารถนำไปผสมผสานกับเทคโนโลยีอื่นๆได้หลายชนิดซึ่งนำไปสู่นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆมากมาย
หลายท่านคงไม่เชื่อว่าเทคโนโลยีชั้นสูงอย่างไบโอแมทริกซ์ จะถูกนำมาใช้กับคนทั่วๆไป จากคำยืนยันของผู้เชี่ยวชาญในแวดวงเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้รู้ว่า ไบโอแมทริกซ์ กำลังจะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน และถือเป็นช่องทางทำเงินที่ธุรกิจ SME ควรจะให้ความสนใจ
จากข้อมูลการทำวิจัยจาก International Biometric Group คาดการณ์ไว้ว่า รายได้ในอุตสาหกรรมไบโอแมทริกซ์ จากปี 2003 ถึง 2005 จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ซึ่งเป็นผลจากที่หลายประเทศเริ่มออกกฎหมาย ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับรองให้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เทียบเท่ากับลายมือชื่อปกตินั่นเอง ส่วนในประเทศไทยก็มีกฎหมายที่รับรองลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แล้วคือ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มีผลใชับังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2545 จึงคาดได้ว่าอุตสาหกรรมไบโอแมทริกซ์ ในประเทศไทยก็น่าจะเป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจและน่าจับตามอง
แนวความคิดรหัสผ่านแบบไบโอแมทริกซ์ จะทำให้ลักษณะการทำธุรกรรมทางด้านการเงินการธนาคารของโลกเปลี่ยนไป คุณสามารถคัดลอกรหัสผ่านหรือลายเซ็นของคนอื่นได้ แต่ไม่สามารถคัดลอกลายนิ้วมือ หรือม่านตาได้ ธุรกิจการเงินและการธนาคารในอนาคตจะเปลี่ยนมาใช้ระบบ ATM ที่ใช้ระบบไบโอแมทริกซ์ โดยเฉพาะการสแกนม่านตา เมื่อคุณเปิดบัญชี และร้องขอใช้บัตร ATM ธนาคารจะทำการสแกนม่านตาของคุณและเก็บสำเนาไว้ เมื่อต้องใช้บัตร ATM คุณต้องอนุญาตให้เครื่องทำการสแกนม่านตาของคุณ และเครื่องจะนำไปเทียบกับบัญชีของคุณ เมื่อขั้นตอนการเปรียบเทียบเรียบร้อยแล้วคุณก็สามารถทำการ ฝาก-ถอน ตามที่ต้องการได้ ระบบการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ผสมผสานด้วยการใช้ไบโอแมทริกซ์ จะทำให้ผู้ใช้บริการสามารถที่จะกระทำธุรกรรมทางการเงินได้โดยที่ไม่ต้องเดินไปทำที่ธนาคารอีกต่อไป
ในอนาคตอันใกล้คอมพิวเตอร์ประจำสำนักงานก็ต้องใช้ไบโอแมทริกซ์ คุณสามารถหาคีย์บอร์ดที่มีอุปกรณ์สแกนแบบพิเศษสำหรับแสกนลายนิ้วมือได้ คุณไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้จนกว่าคุณจะทำการสแกนลายนิ้วมือก่อน ระบบปฏิบัติการเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ได้ใช้เครื่องอ่านเสียงเพื่อใช้กับรหัสผ่านเพื่อเข้าใช้งานเครื่อง เมื่อคุณเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ คุณต้องพูดรหัสผ่านออกมา ระบบจะไม่แค่ตรวจสอบรหัสผ่านเท่านั้น แต่ยังตรวจสอบว่าเป็นเสียงของคุณหรือไม่อีกด้วย
การใช้ประโยชน์ไบโอแมทริกซ์ อาจใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่น เช่น สมาร์ทการ์ด ตัวเลขรหัสผ่าน และลายเซ็นดิจิทัล โดยแอพพลิเคชั่นที่มีให้เห็นแล้วในบ้านเราขณะนี้ ได้แก่ การใช้ลายนิ้วมือร่วมกับรหัสผ่านแทนกุญแจปลดล็อกประตู ระบบรถยนต์รุ่นใหม่ก็มีการนำลายนิ้วมือมาใช้แทนกุญแจปลดล็อกประตูแล้วเช่นกัน
แนวโน้มการนำไบโอแมทริกซ์ไปใช้งานในอนาคตที่น่าสนใจคือ การซื้อขายสินค้า จะสามารถซื้อขายกันได้โดยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือ Mobile Internet และยังสามารถหักบัญชีเงินในธนาคาร หรือหักจากคูปอง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับสินค้าหรือบริการได้ทันที ดังนั้นระบบการคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขาย จึงเกิดขึ้นโดยใช้พื้นฐานการระบุตัวตนของผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อเป็นการยืนยันการซื้อขาย โดยที่ผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่อาจปัดความรับผิดต่อยอดเงินและการสั่งสินค้านั้นได้ ระบบไบโอแมทริกซ์ จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมากในธุรกิจในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะเห็นอย่างชัดเจนในยุคโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G นั่นคือในธุรกิจ Mobile Commerce นั่นเอง
การผสมผสานไบโอแมทริกซ์เข้ากับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G สามารถช่วยให้พนักงานองค์กรต่างๆ ที่อยู่ในระหว่างเดินทาง สามารถเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้ากับโปรแกรมธุรกิจต่างๆ ขององค์กรเหล่านั้นได้ ราวกับว่า เขานั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ตามปกติในสำนักงาน ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ โดยบริษัท NTT DoCoMo ได้กล่าวว่า “ในทศวรรษหน้า โทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ฝันของมนุษย์เป็นจริง ที่จะทำให้โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นทุกอย่างที่มนุษย์ไม่เคยคาดหวังมาก่อน” ซึ่งทาง NTT DoCoMo บอกว่าเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G ของบริษัทจะสามารถนำออกแสดงได้ประมาณปี 2007
จะเห็นว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เริ่มเข้ามามีบทบาทกับชิวิตของเราในปัจจุบันมากขึ้น แล้วคุณหล่ะเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เหล่านี้แล้วหรือยัง